พลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นที่สนใจของทั้งภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยราคาแผงโซลาร์เซลล์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มาดูกันว่าแนวโน้มพลังงานแสงอาทิตย์ไทยปีนี้มีอะไรน่าจับตาบ้าง
ตลาดโซลาร์เซลล์ไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากรายงานวิจัยตลาดระบุว่า ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยเติบโตจากประมาณ 5.20 กิกะวัตต์ในปี 2568 เป็น 5.55 กิกะวัตต์ในปี 2569 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 7.71 กิกะวัตต์ภายในปี 2574 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 6.78% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก
ราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลงเหลือครึ่ง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดคือราคาโมดูลโซลาร์เซลล์ที่ลดลงอย่างมาก จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 0.25-0.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัตต์ ปัจจุบันลดเหลือเพียง 0.10-0.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัตต์ ทำให้ต้นทุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านพักอาศัยลดลงเหลือประมาณ 120,000-180,000 บาทสำหรับระบบ 3-5 กิโลวัตต์ ส่งผลให้ระยะเวลาคืนทุนสำหรับโครงการพาณิชย์ลดลงเหลือเพียง 5-7 ปี นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุน
เทรนด์ Solar + Battery Storage มาแรง
อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตาในปี 2569 คือการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้แม้ในช่วงกลางคืนหรือวันที่มีเมฆมาก เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีราคาลดลงกว่า 40% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ระบบ Hybrid Solar กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น งาน Solar + Battery Expo 2026 ที่จะจัดในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ BITEC บางนา ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของตลาดได้เป็นอย่างดี
นโยบายรัฐสนับสนุน Solar Rooftop
รัฐบาลไทยยังคงผลักดันนโยบายพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากระบบ Solar Rooftop การปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตให้ง่ายขึ้น และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ลงทุนในพลังงานสะอาด โครงการ Solar ประชาชนของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเปิดโอกาสให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ BOI ยังให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
ภาคตะวันออกศูนย์กลางการเติบโต
พื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา มีศักยภาพสูงในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ด้วยปริมาณรังสีอาทิตย์เฉลี่ย 4.5-5.0 kWh/m²/วัน ประกอบกับมีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สำหรับโรงงานในพื้นที่ EEC ช่วยประหยัดค่าไฟได้ 30-45% ต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลสำหรับโรงงานที่มีค่าไฟหลักแสนถึงหลักล้านบาท
เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ใหม่ที่น่าจับตา
ในปี 2569 เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก แผง N-Type TOPCon กลายเป็นมาตรฐานใหม่ด้วยประสิทธิภาพ 22-23% สูงกว่าแผง PERC รุ่นเดิมที่มีประสิทธิภาพ 20-21% นอกจากนี้แผง Bifacial ที่สามารถรับแสงได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากให้พลังงานเพิ่มขึ้น 10-20% เมื่อเทียบกับแผงแบบหน้าเดียว
สรุป
ปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย ด้วยราคาที่ลดลง เทคโนโลยีที่ดีขึ้น และนโยบายรัฐที่สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย ธุรกิจ SME หรือโรงงานอุตสาหกรรม ทุกกลุ่มสามารถได้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ หากอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก VR Solar Solutions พร้อมให้คำปรึกษาฟรีเพื่อช่วยคุณเริ่มต้นอย่างมั่นใจ
ติดต่อสอบถามและรับคำปรึกษาฟรี
หากคุณสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ภาคตะวันออก ทีมงาน VR Solar Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและสำรวจพื้นที่ฟรี!
- 📞 โทร: 092-686-7190
- 📍 ที่ตั้ง: นิคมพัฒนา ระยอง
- 🌐 เว็บไซต์: vrsolarsolutions.com
- 🗺️ ให้บริการ: ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียง
ใส่ความเห็น