แนวโน้มพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยปี 2568 โอกาสทองสำหรับภาคตะวันออก
ปี 2568 ถือเป็นปีทองของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ตลาดโซลาร์รูฟท็อปเติบโตอย่างก้าวกระโดด แตะระดับ 6.7 หมื่นล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 22% โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจแนวโน้มสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทยในปี 2568
1. ตลาดโซลาร์รูฟท็อปเติบโต 22% ต่อปี
ttb analytics ประเมินมูลค่าตลาดโซลาร์รูฟท็อปในไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 22% นับตั้งแต่ปี 2565-2568 หรือแตะที่ระดับ 6.7 หมื่นล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ราคาแผงโซลาร์เซลล์ที่ลดลง และนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและบ้านพักอาศัยที่เห็นถึงประโยชน์การประหยัดค่าไฟอย่างชัดเจน พื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
2. เทคโนโลยีแผงโซลาร์ประสิทธิภาพสูง
ปี 2568 เป็นปีที่เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ก้าวกระโดดอย่างมาก แผง TOPCon และ HJT (Heterojunction) ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 22–25% เข้าสู่ตลาดในราคาที่จับต้องได้ ขณะที่แผง Bifacial ที่ผลิตไฟฟ้าได้ทั้งสองด้านกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ติดตั้งเท่าเดิมแต่ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น 15–20% ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง
3. ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) มาแรง
การกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน (LFP) กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในปี 2568 ราคาแบตเตอรี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบ Solar + Storage เริ่มคุ้มค่าสำหรับบ้านพักอาศัย ระบบนี้ช่วยให้บ้านใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้แม้ในเวลากลางคืน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสายส่ง และมีไฟใช้แม้เกิดไฟฟ้าดับ
4. นโยบายรัฐหนุนเต็มที่
รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง ทั้งโครงการ Solar ภาคประชาชนที่รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ 2.20 บาท/หน่วย เป็นเวลา 10 ปี มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท สำหรับปีภาษี 2568–2570 และแผนพัฒนาพลังงานทดแทน (AEDP) ที่ตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 30% ของพลังงานทั้งหมดภายในปี 2580 ทำให้เป็นจังหวะเหมาะสมที่สุดในการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์
5. ภาคอุตสาหกรรมในนิคมตะวันออกตื่นตัว
นิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ทั้งมาบตาพุด แหลมฉบัง อมตะนคร อมตะซิตี้ระยอง WHA เป็นกลุ่มที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุด เพราะมีเป้าหมาย Net Zero และต้องการลดต้นทุนพลังงาน หลายโรงงานติดตั้งระบบขนาดใหญ่ตั้งแต่ 100 kW ถึง 1 MW ช่วยลดค่าไฟได้ปีละหลายล้านบาท และยังตอบโจทย์การส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่มีมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism)
6. โซลาร์เซลล์สำหรับ EV Charger
ด้วยการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย การติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับเครื่องชาร์จ EV ที่บ้านเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรง บ้านที่มีรถ EV สามารถใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาชาร์จรถได้ฟรี ลดต้นทุนการเดินทางได้อย่างมาก เหมาะมากสำหรับผู้ใช้รถ EV ในระยอง ชลบุรี ที่เดินทางไกล
สรุป
แนวโน้มพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยปี 2568 สดใสและเต็มไปด้วยโอกาส ทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ราคาที่จับต้องได้ นโยบายรัฐที่สนับสนุน และการเติบโตของตลาด หากคุณเป็นเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโรงงานในภาคตะวันออก นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดสินใจลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดค่าไฟและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ติดต่อสอบถามและรับคำปรึกษาฟรี
หากคุณสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ภาคตะวันออก ทีมงาน VR Solar Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและสำรวจพื้นที่ฟรี!
- 📞 โทร: 092-686-7190
- 📍 ที่ตั้ง: นิคมพัฒนา ระยอง
- 🌐 เว็บไซต์: vrsolarsolutions.com
- 🗺️ ให้บริการ: ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียง
ใส่ความเห็น