แนวโน้มพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยปี 2569: โอกาสและทิศทางใหม่ของโซลาร์เซลล์
ปี 2569 ถือเป็นปีทองของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไทย ด้วยนโยบายภาครัฐที่เปิดกว้างมากขึ้น ราคาแผงโซลาร์เซลล์ที่ปรับลดลง และการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากการไฟฟ้า ส่งผลให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคตะวันออก ทั้งบ้านพักอาศัยและโรงงานอุตสาหกรรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด บทความนี้ VR Solar Solutions จะพาคุณส่องแนวโน้มและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เสรี ปลดล็อกการติดตั้งให้ง่ายขึ้น
ภาครัฐได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือที่เรียกกันว่า “พ.ร.บ. โซลาร์เสรี” ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตหลายขั้นตอนเหมือนในอดีต โดยมุ่งสนับสนุน อำนวยความสะดวก และยกเว้นเงื่อนไขทางกฎหมายบางประการสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ
การปลดล็อกนี้ส่งผลโดยตรงต่อเจ้าของบ้านและธุรกิจ SME ในจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าระยะยาว เพราะกระบวนการขออนุญาตจะรวดเร็วและประหยัดเวลามากกว่าเดิม
นโยบายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.20 บาท/หน่วย นาน 10 ปี
เมื่อ 29 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชน รูปแบบ Net Billing โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อยาวนานถึง 10 ปี เป้าหมายรับซื้อรวมทั่วประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์
นโยบายนี้ทำให้เจ้าของบ้านที่ผลิตไฟใช้ในช่วงกลางวันแล้วเหลือ สามารถขายคืนการไฟฟ้าได้ทันที สร้างรายได้เสริมและลดระยะเวลาคืนทุนของระบบโซลาร์เซลล์ให้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
สิทธิประโยชน์ทางภาษี ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน สูงสุด 200,000 บาทต่อครัวเรือน โดยโครงการนี้มีผลบังคับใช้ถึงเดือนธันวาคม 2571 อย่างไรก็ตามเพดานการหักลดหย่อนอาจปรับลดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนติดตั้งจึงควรรีบดำเนินการในปีนี้เพื่อรับสิทธิ์เต็มจำนวน
ราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลง เทคโนโลยีพัฒนาขึ้น
ในปี 2569 ราคาของแผงโซลาร์เซลล์แบบ Monocrystalline และ N-Type TOPCon ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ระบบ 5 กิโลวัตต์สำหรับบ้านพักอาศัยอยู่ในช่วง 150,000–230,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่ประสิทธิภาพต่อแผงสูงขึ้น (500-600W ต่อแผง) ช่วยให้พื้นที่หลังคาน้อยก็ผลิตไฟฟ้าได้มาก เหมาะกับบ้านในเขตเมืองที่มีพื้นที่จำกัด
โอกาสของภาคอุตสาหกรรมในนิคมภาคตะวันออก
นิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก เช่น มาบตาพุด อมตะซิตี้ ดับบลิวเอชเอ และเหมราช มีอัตราการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้โรงงานจำนวนมากหันมาลงทุนในระบบ Solar Rooftop ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 100 kW – 1 MW เพื่อลดต้นทุนการผลิต และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG ที่คู่ค้าต่างประเทศกำหนด
สรุป
แนวโน้มพลังงานแสงอาทิตย์ไทยในปี 2569 มีทิศทางสดใส ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ ราคาที่ลดลง และโอกาสรับซื้อไฟส่วนเกิน หากคุณกำลังพิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคตะวันออก ปีนี้คือจังหวะที่ดีที่สุด เพราะคุณจะได้รับทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี อัตรารับซื้อไฟที่จูงใจ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์
ติดต่อสอบถามและรับคำปรึกษาฟรี
หากคุณสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ภาคตะวันออก ทีมงาน VR Solar Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและสำรวจพื้นที่ฟรี!
- 📞 โทร: 092-686-7190
- 📍 ที่ตั้ง: นิคมพัฒนา ระยอง
- 🌐 เว็บไซต์: vrsolarsolutions.com
- 🗺️ ให้บริการ: ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียง
ใส่ความเห็น