
💡 บทความนี้อิงข้อมูลล่าสุดปี 2026 (พ.ศ. 2569) — ราคา นโยบาย และสถิติอัปเดตแล้ว
หลายคนอยากติดตั้งโซลาร์เซลล์แต่ถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะได้ยินว่า “เอกสารเยอะ ขออนุญาตยุ่งยาก” ความจริงคือขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด และผู้รับติดตั้งโซลาร์เซลล์มืออาชีพสามารถดำเนินการแทนได้เกือบทั้งหมด
บทความนี้สรุปขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สำหรับบ้านและโรงงานในต่างจังหวัด รวมถึงพื้นที่ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ให้เข้าใจง่ายภายใน 5 นาที
ทำไมต้องขออนุญาต? ติดเองไม่แจ้งได้ไหม
ระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้า จำเป็นต้องขออนุญาต “ขนานไฟ” เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าโดยรวม หากเกิดไฟดับแล้วระบบยังจ่ายไฟย้อนเข้าสายส่ง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังซ่อมสาย
การติดตั้งโดยไม่แจ้งมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการถูกปรับหรือถูกสั่งรื้อถอน มิเตอร์อาจหมุนผิดปกติจนถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ประกันภัยบ้านอาจไม่คุ้มครองหากเกิดเพลิงไหม้จากระบบที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินได้
ข้อยกเว้นคือระบบ Off-Grid ที่ไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าเลย ใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานอย่างเดียว กรณีนี้ไม่ต้องขออนุญาตขนานไฟ แต่ยังต้องพิจารณาเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารอยู่ดี
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารหลักที่ใช้ยื่นต่อ PEA ประกอบด้วย:
- แบบคำขอเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้า ขนานกับระบบโครงข่ายของ PEA
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของเจ้าของมิเตอร์ (นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองบริษัท)
- สำเนาใบแจ้งค่าไฟฟ้าล่าสุด เพื่อยืนยันหมายเลขผู้ใช้ไฟและขนาดมิเตอร์
- ใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) หรือหนังสือรับรองจากท้องถิ่น กรณีที่เข้าเกณฑ์ต้องขอ
- แบบแปลนโครงสร้างการติดตั้ง พร้อมรายการคำนวณโครงสร้าง ลงนามรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบประกอบวิชาชีพ
- Single Line Diagram ของระบบไฟฟ้า รับรองโดยวิศวกรไฟฟ้า
- สเปกอุปกรณ์ — แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ ต้องผ่านมาตรฐานและอยู่ในรายการที่การไฟฟ้ารับรอง
- ภาพถ่ายการติดตั้งจริง ที่เห็นแผง อินเวอร์เตอร์ และตู้ควบคุมอย่างชัดเจน
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บริษัทผู้ติดตั้งดำเนินการแทน
ข่าวดีคือ ผู้ติดตั้งมืออาชีพจะมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตรับรองแบบให้ และเตรียมเอกสารทั้งชุดแทนเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านมีหน้าที่เพียงเซ็นเอกสารและส่งสำเนาบัตรประชาชนเท่านั้น
4 ขั้นตอนหลักตั้งแต่เริ่มจนขนานไฟสำเร็จ
ขั้นที่ 1 — สำรวจหน้างานและออกแบบระบบ ทีมช่างเข้าตรวจโครงสร้างหลังคา ทิศทางแสงแดด เงาบัง ขนาดมิเตอร์ และพฤติกรรมการใช้ไฟ เพื่อกำหนดขนาดระบบที่เหมาะสม จากนั้นจัดทำแบบและรายการคำนวณ
ขั้นที่ 2 — ยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น เทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ (เช่น เทศบาลเมืองมาบตาพุด หรือ อบต. ในนิคมพัฒนา) โดยทั่วไปการติดตั้งบนหลังคาที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก จะได้รับการผ่อนปรน แต่ยังต้องมีวิศวกรรับรองความมั่นคงแข็งแรง
ขั้นที่ 3 — ลงทะเบียนและยื่นคำขอเชื่อมต่อกับ PEA ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ ppim.pea.co.th หรือยื่นที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ เมื่อเอกสารผ่านการตรวจสอบ จะได้รับใบแจ้งหนี้ค่าตรวจสอบและค่าเปลี่ยนมิเตอร์ให้ไปชำระเงิน
ขั้นที่ 4 — ตรวจสอบหน้างานและเปลี่ยนมิเตอร์ เจ้าหน้าที่ PEA จะนัดเข้าตรวจระบบจริงว่าตรงกับแบบที่ยื่นและมีระบบตัดการจ่ายไฟอัตโนมัติเมื่อไฟดับ (Anti-islanding) จากนั้นเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ดิจิทัลแบบกันไฟย้อน และออกหนังสืออนุญาตให้เชื่อมต่อ ถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์
ระยะเวลาดำเนินการโดยรวมมักอยู่ที่ประมาณ 30–60 วัน ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและคิวของสำนักงานการไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ส่วนงานติดตั้งจริงบนหลังคาบ้านใช้เวลาเพียง 2–5 วัน
ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตและข้อควรรู้เพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายฝั่งราชการและการไฟฟ้าโดยทั่วไปไม่สูงมาก มีทั้งค่าตรวจสอบระบบและค่าเปลี่ยนมิเตอร์ ซึ่งรวมกันมักอยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่นต้น ๆ ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและประเภทมิเตอร์ (1 เฟส หรือ 3 เฟส) ผู้ติดตั้งส่วนใหญ่จะรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ในใบเสนอราคาแล้ว จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญาว่า “ราคารวมค่าขออนุญาตแล้วหรือไม่”
สิ่งที่ควรถามผู้ติดตั้งก่อนตัดสินใจ:
- มีวิศวกรไฟฟ้าและวิศวกรโยธาผู้มีใบอนุญาตเซ็นรับรองแบบให้หรือไม่
- ดำเนินการยื่นเอกสารกับ PEA และท้องถิ่นให้ครบถ้วนหรือไม่ หรือให้เจ้าของบ้านไปยื่นเอง
- อินเวอร์เตอร์ที่ใช้อยู่ในรายการที่การไฟฟ้ารับรองแล้วหรือยัง
- รับประกันงานติดตั้งและการรั่วซึมของหลังคากี่ปี
- ออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่ (สำคัญมากสำหรับนิติบุคคลและโรงงาน)
สำหรับโรงงานและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ระบบขนาดใหญ่ที่มีกำลังผลิตติดตั้งเกินเกณฑ์ที่กำหนด อาจต้องยื่นขอใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพิ่มเติมด้วย ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนที่ผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์งานอุตสาหกรรมจะช่วยดูแลได้

สรุป
การขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคตะวันออกกับ PEA มีเพียง 4 ขั้นตอนหลัก คือ สำรวจและออกแบบ ยื่นดัดแปลงอาคาร ยื่นคำขอเชื่อมต่อผ่าน ppim.pea.co.th และตรวจสอบหน้างานเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ ใช้เวลารวมประมาณ 30–60 วัน โดยผู้ติดตั้งมืออาชีพสามารถดำเนินการแทนได้เกือบทั้งหมด
VR Solar Solutions ดำเนินการขออนุญาตกับการไฟฟ้าและหน่วยงานท้องถิ่นให้ครบทุกขั้นตอน พร้อมวิศวกรผู้มีใบอนุญาตเซ็นรับรองแบบ ให้บริการในระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
VR SOLAR SOLUTIONS — ผู้เชี่ยวชาญโซลาร์เซลล์ภาคตะวันออก
☀️ สนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์?
สำรวจหน้างานฟรี · ออกแบบระบบฟรี · ราคาดีที่สุดในภาคตะวันออก
📐 ออกแบบระบบฟรี
🛠️ ติดตั้งโดยช่างมืออาชีพ
📄 ออกใบกำกับภาษี
📍 ให้บริการ: ระยอง · ชลบุรี · ฉะเชิงเทรา · สระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียง
🔔 รับโปรโมชันพิเศษ — ปรึกษาฟรีวันนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย!
📚 แหล่งอ้างอิง
- ระบบ PPIM — ยื่นขอเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) — บริการและอัตราค่าไฟฟ้า
- คู่มือการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ ใน 4 ขั้นตอน
- เอกสารขอขนานไฟ PEA / MEA ต้องใช้อะไรบ้าง
- คู่มือกฎหมายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ล่าสุดที่ต้องรู้
- อัปเดตการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์
หมายเหตุ: ราคาและอัตราค่าไฟฟ้าเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรุณาสอบถามราคาปัจจุบันกับทีมงานก่อนตัดสินใจ
ใส่ความเห็น